ประเพณีชักพระ(ลากพระ)
ประเพณีชักพระเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้ ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญในวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับ วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ซึ่งเชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์ พุทธศาสนิกชนจึงมารอรับเสด็จ แล้วอัญเชิญพระพุทธ เจ้าขึ้นประทับบน บุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง
ประวัติความเป็นมา
เรือพระ
เรือพระ คือ รถหรือล้อเลื่อนที่ประดับตกแต่งให้เป็นรูปเรือแล้ววางบุษบก ซึ่งภาษาพื้นเมืองของภาคใต้เรียกว่า "นม" หรือ "นมพระ" ยอดบุษบก เรียกว่า "ยอดนม" ใช้สำหรับอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานแล้วลากในวันออกพรรษา ลากพระทางน้ำ เรียกว่า "เรือพระน้ำ" ส่วนลากพระทางบก เรียกว่า "เรือพระบก" สมัยก่อนจะทำเป็นรูปเรือ ให้คล้ายเรือจริง ๆ และต้องทำให้มีน้ำหนักน้อยที่สุด จึงใช้ไม้ไผ่สานมาตกแต่งส่วนที่เป็นแคมเรือและหัวท้ายเรือคงทำให้แน่นหนา ทางด้านหัวและท้ายทำงอนคล้ายหัวและท้ายเรือ แล้วตกแต่งเป็นรูปพญานาค ใช้กระดาษสีเงินสีทองทำเป็นเกล็ดนาค กลางลำตัวพญานาคทำเป็นร้านสูงราว 1.50 เมตร เรียกว่า "ร้านม้า" ส่วนที่สำคัญที่สุด คือ บุษบก ซึ่งแต่ละที่จะมีเทคนิคการออกแบบบุษบก มีการประดิษประดอยอย่างมาก หลังคาบุษบกนิยมทำเป็นรูปจตุรมุข ตกแต่งด้วยหางหงส์ ช่อฟ้า ใบระกา และทุกครอบครัวต้องเตรียม "แทงต้ม" เตรียมหาในกระพ้อ และข้าวสารข้าวเหนียวเพื่อนำไปทำขนมต้ม "แขวนเรือพระ"
การอัญเชิญพระลากขึ้นประดิษฐานบนบุษบก
พระลาก คือ พระพุทธรูปยืน แต่ที่นิยม คือ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 พุทธบริษัทจะสรงน้ำพระและเปลี่ยนจีวร แล้วอัญเชิญขึ้นบนบุษบก แล้วพระสงฆ์จะ เทศนา เรื่อง การเสด็จไปดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้า ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ในตอนเช้ามืด ชาวบ้านจะมาตักบาตรหน้านมพระ เรียกว่า "ตักบาตรหน้าล้อ" แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน บนนมพระ
พระพุทธรูปยืน
ลากพระบก
ใช้เชือกแบ่งผูกเป็น 2 สาย เป็นสายผู้หญิงและสายผู้ชาย ใช้โพน ฆ้อง ระฆัง เป็นเครื่องตีให้จังหวะในการลากพระ คนลากจะเบียดเสียดกันสนุกสนานและประสาน เสียงร้องบทลากพระเพื่อผ่อนแรง ตัวอย่างบทร้องที่ใช้ลากพระ คือ อี้สาระพา เฮโล เฮโล ไอ้ไหรกลมกลม หัวนมสาวสาว ไอ้ไหรยาวยาว สาวสาวชอบใจ
การลากพระบก
ลากพระน้ำ
การลากพระทางน้ำจะสนุกกว่าการลากพระทางบก เพราะสภาพการเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมอื่น ๆ เช่น สะดวกในการลากพระ ง่ายแก่การรวมกลุ่มกันจัดเรือพาย แหล่งลากพระน้ำที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่ง คือ ที่อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร อำเภอพุนพินและ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช รองลงมาอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะอำเภอหลังสวนและที่บ้านแหลมโพธิ์ อำเภอหาดใหญ่ จะมีการเล่นเพลงเรือ ที่ขึ้นชื่อ ส่วนที่อำเภอปากพนังมีการเล่น "ซัดหลุม" (ซัดโคลน) กันสนุกสนานเพราะที่ปากพนังมีโคลนตมมาก การลากพระทางน้ำของเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แปลกกว่าที่อื่น คือ จะลากกัน 3 วัน ระหว่างแรม 8 ค่ำถึงแรม 10 ค่ำ เดือน 11 มีการปาสาหร่ายโต้ตอบกันระหว่างหนุ่มสาว มีการเล่นเพลงเรือ และที่แปลกพิเศษ คือ มีการทอดผ้าป่าสามัคคีในวันเริ่มงาน
ประเพณีการชักพระ
วงดนตรีประกอบขบวนชักพระ
เนื้อร้อง
เนื้อเพลง ชักพระ สันติภาพ แสงจันทร์ ณ เมืองคอน
สันติภาพ - ชักพระ
เสียงกองกึกก้องดังระรัว เมฆฝนก่อตัวตั้งเค้ามา
หน้าฝนไม่ได้กรีดยางพารา วันออกพรรษาร่วมกันทำบุญ
ครั้นพุทธกาลนานผ่านมา พ่อเฒ่าแม่เฒ่าเล่ามา
เข้าช่วงฤดูทำนาแรมค่ำ 11 แล้วหนา ชักพระ
สันติภาพ - ชักพระ
เสียงกองกึกก้องดังระรัว เมฆฝนก่อตัวตั้งเค้ามา
หน้าฝนไม่ได้กรีดยางพารา วันออกพรรษาร่วมกันทำบุญ
ครั้นพุทธกาลนานผ่านมา พ่อเฒ่าแม่เฒ่าเล่ามา
เข้าช่วงฤดูทำนาแรมค่ำ 11 แล้วหนา ชักพระ
เอ้าเพื่อน เอ้า เอ้าบ่าวเอ้า เอ้าสาวเอ้า
หนุ่มสาวออกมาร่วมร้องรำ พ่อแกแม่ฉันยังต้องมา
ข้าวต้มมัดเรียงแขวนไว้ชายคา ตกแต่งเรือพระให้ดูสวยงาม
ร่วมแรงร่วมดึงตามเสียกลองโยน เปื้อนสีเปื้อนโคลนเป็นธรรมดา
ร้องเพลงรำวง โยกย้ายลีลาสองมือช่วยดึงสองขาวิ่งพา เอ้าชักพระ
ชักพระ ชักพระ ชักพระ ชักพระ
อีสาวละพา เฮโล เฮโล อีสาวละพา เฮโล เฮโล
มาแล้วละวา เฮโล เฮโล มาละเว้อ
ตักบาตร สรงน้ำทำบุญร่วมกัน แบ่งบุญแบ่งปันด้วยกันทุกคน
ด้วยจิตศรัทธาขอบังเกิดผล ประพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นแรงใจ
ร่วมใจรักษ์ประเพณีวันนี้วันดีของสังคมไทย
ลูกๆหลานๆ จะจำเอาไว้ทางบกแห่ได้ทางน้ำแห่ดี
เอ้าชักพระ ชักพระ ชักพระ ชักพระ ชักพระ
อีสาวละพา เฮโล เฮโล อีสาวละพา เฮโล เฮโล
มาแล้วละวา เฮโล เฮโล มาแล้วละวา
เฮโล เฮโล ถึงวัดละวา เฮโล เฮโล ถึงวัดละเว้อ
งานประเพณี ชักพระ – ทอดผ้าป่า สุราษฎร์ธานี 2555
แหล่งอ้างอิง






